Showing posts with label ข่าวบันเทิง. Show all posts
Showing posts with label ข่าวบันเทิง. Show all posts

Monday, November 2, 2009

น้องปอย เผยซุ่มดูใจวัยละอ่อน

ปอย ตรีชฏา เพชรรัตน์     
สวย ถูกสาปจริงๆค๊าหนู ''ปอย ตรีชฎา'' จัดว่าเป็นสาวประเภทสองที่เพอร์เฟคสุดๆ แต่ดั๊น เปิดตัวผู้ชายที่ซุ่มดูใจทีไร เป็นเรื่อง ทู้กที เปิดปุ๊บ เลิกปั๊บ งานนี้ คุณเธอ ยังตีลังกายันว่า เจ ทายาทบีทาเก้นแค่ตัวหลอกเท่านั้น ไม่มีอะไรในกอไผ่ แบไต๋ว่า ปัจจุบัน ดูใจกับ หนุ่มละอ่อน อายุน้อยกว่าหลายปี

หนุ่มผู้โชคดีคนนั้น เป็นคนนอกหรือในวงการจ๊ะคุณน้อง ?
อืม ม ไม่อยากบอกอ่ะ บอกแค่เค้าอายุน้อยกว่า เป็นรุ่นน้องเรา  เคยบอกไปแล้วมันมีปัญหา ไม่อยากให้เป็นเหมือนคราวก่อน อยู่เงียบๆแบบนี้ดีแล้วค่ะ เพราะเรายังไม่ถึงขั้นเป็นแฟน แค่โทรคุยกัน ดูๆกันไปก่อน ถ้าเปิดตัวตอนนี้แล้วมันไม่ใช่ เสียความรู้สึกกันเปล่าๆ อยากให้แน่ใจกว่านี้

แหม คนอื่นเปิดตัวหมด ไหงคนนี้ปิดเงียบ ไม่กลัวฝ่ายชายน้อยใจเหรอ ?

เรา คุยกันเข้าใจค่ะ  หนูรู้สึกอึดอัดถ้าเราเปิดตัวไป แล้วถูกจับตามอง ไปไหนด้วยกันเยอะคนมองมันก็รู้สึกแปลกๆ ก็คุยกับเค้าว่า เราดูๆกันไปก่อนแล้วกัน ยังไม่ได้เลื่อนขั้นอยู่ในฐานะแฟน 
ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก รองจากคาสโนว่านิรนามที่ตามขายขนมจีบรึเปล่า?
อย่า พูดแบบนั้น คือตอนนี้คุยกับเค้าคนเดียว ไม่ค่อยมีหรอกค่ะไม่พูดถึงคนอื่นดีกว่า กลัวเป็นประเด็นอีก คาสโนว่าเหรอ ใครชอบหนูตามจีบหนูให้เค้าพูดเองดีกว่า ไม่อยากเป็นคนบอกก่อน เพราะที่ผ่านมา มันเป็นปัญหาไง ตอนคุยกันไม่มีใครรู้เรื่อง เราก็ไม่รู้ พอเปิดตัว จู่ๆเค้ามีแฟน หนูก็เสียอีก 

แล้วคนนี้สกรีนดีรึยังจ๊ว่าเค้าไร้พันธะจริง?
อย่าง ที่บอกว่าต้องใช้เวลา ตรงจุดนี้ เราเป็นเพื่อนกัน คุยกันถูกคอ คราวนี้ต้องศึกษานานๆแล้ว เพราะกลัวเหมือนกัน เลยไม่อยากพูดอะไรมาก ถ้าเรามั่นใจหรือเลื่อนขั้นมาคบกันค่อยพูดดีกว่า 

หลายคนมองว่าน้องปอย อุบเรื่องแฟน สร้างกระแสเรียกงาน?
ไม่ จริงเลย ปอยมีงานตลอดอยู่แล้ว อย่างงานอีเว้นท์ ผู้จัดการปอยหาให้ตลอด ไม่ต้องใช้กระแสข่าวหรอกค่ะ น้องปอยก็มีเหตุผลอย่างที่บอกมาทั้งหมดจริงๆ แล้วเราก็เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้เสียความรู้สึกมาแล้ว

คบกันแบบลับๆล่อๆ ไม่อึดอัดแย่เหรอจ๊ะ?
แฮปปี้ แล้ว ในฐานะเพื่อน ไม่คาดหวังอะไรมาก จะอึดอัดก็ต่อเมื่อ ไปไหนมาไหนด้วยกัน แล้วต้องถูกจ้องตลอด หนูยังพอทนได้ แต่กลัวเค้าอึดอัด เราตกลงกันว่าคบแบบนี้ดีแล้ว


ที่มาจาก :  Gossip

Continue Reading...

Tuesday, October 27, 2009

นางสาวไทย เปิดตำนาน มงกุฎนางสาวไทย จากอดีตสู่ปัจจุบัน

นางสาวไทย 
กาลเวลาผันผ่านมากว่า 7 ทศวรรษ สำหรับการประกวด "นางสาวไทย" เวทีอันทรงเกียรติของสาวงามที่เพียบพร้อมด้วยความงาม ความสามารถ และไม่ว่ายุคสมัยใด อีกหนึ่งสิ่งที่งดงามและอยู่คู่เวทีและสาวงาม ก็คือ "มงกุฎ" รางวัลอันเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความงดงาม ความสามารถของสาวไทยผู้ครอบครอง โดยแต่ละยุคสมัยได้มีวิวัฒนาการการออกแบบที่สวยงามต่างกันไป ตั้งแต่ยุคนางสาวสยามต่อมาเป็นนางสาวไทย จนถึงปัจจุบันในยุค ที่ 6 ซึ่งสนับสนุนโดยสถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ และกำลังเฟ้นหาผู้ครองมงกุฎคนใหม่ คนที่ 45 ภายใต้แนวคิด "ทอแสงงามแห่งจิตใจ" ในวันที่ 28 ตุลาคมนี้ ณ โรงละครอักษรา และชมการถ่ายทอดผ่านโมเดิร์นไนน์ทีวี ในเวลา 22.15 น. ของคืนวันเดียวกัน
การประกวดนางสาวไทย แบ่งจนถึงปัจจุบันได้ทั้งสิ้น 6 ยุค การออกแบบมงกุฎมีความแตกต่างกันไป ยุคที่ 1 พ.ศ. 2477 - พ.ศ. 2483 มงกุฎทำจากผ้าปัก เป็นผ้ากำมะหยี่ ปักด้วยดิ้นเงินดิ้นทองเป็นลวดลายไทยต่างๆ เช่น ลายกนก ลายประจำยาม ประดับเพชรให้ดูระยิบระยับ ออกแบบจัดทำโดยกรมศิลปากร เป็นแบบแผนของการสรรสร้างมงกุฎนางสาวสยาม-นางสาวไทยในยุคบุกเบิก โดยในปี 2482 จากบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้ใช้คำว่า "ไทย" แทนคำว่า "สยาม" การ ประกวดนางสาวสยามจึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น นางสาวไทยตั้งแต่นั้นมา และเป็นปีแรกที่กำเนิดสายสะพายนางสาวไทยด้วย จากนั้นในปี พ.ศ.2484 ประเทศไทยอยู่ในภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงไม่มีการประกวดและใช้เวลาฟื้นฟูบ้านเมืองเป็นระยะเวลาหลายปี จนกระทั่ง ยุคที่ 2 พ.ศ. 2491 - 2497 รัฐบาลได้สนับสนุนให้จัดการประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้งตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 เป็นต้นมา เว้นไปหนึ่งปีคือ พ.ศ.2492 ซึ่งมีเพียงงานฉลองรัฐธรรมนูญเท่านั้น โดยสมัยนั้นมงกุฎยังทำจากผ้าปัก แต่มีการใช้เข็มกลัด และแหวนเพชร นำมาเสียบตกแต่ง จวบจนในปี พ.ศ.2497 เป็นปีสุดท้ายที่รัฐบาลมีบทบาทจัดการประกวด งานฉลองรัฐธรรมนูญได้ถูกยกเลิกไป เนื่องจากเหตุผลทางการเมือง การประกวดนางสาวไทยซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานฉลองรัฐธรรมนูญจึงไม่ได้จัดขึ้น ด้วย แต่ระหว่างนั้นก็ยังมีการประกวดสาวงามอื่นๆ เวทีระดับท้องถิ่น และในโอกาสพิเศษเรื่อยมา จนถึงปี พ.ศ.2503 สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ ได้ทดลองจัดการประกวด "นางงามวชิราวุธ" ขึ้น และริเริ่มให้เกิดประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้งใน ยุคที่ 3 พ.ศ. 2507 - 2515 ยกเว้นปี พ.ศ.2513 ไม่มีการประกวด ยุคนี้เป็นยุคแห่งการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยใช้ตำแหน่งนางสาวไทยเป็นสื่อเผยแพร่ชื่อเสียง และการประชาสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ซึ่งมงกุฏที่ใช้ได้เปลี่ยนจากมงกุฏผ้าปักมาเป็นมงกุฎเพชรเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นแบบเทียร่า (Tiara) คล้ายที่คาดผมมีลวดลายเป็นกระจัง ประดับเพชรแพรวพราวอยู่ด้านหน้า ส่วนด้านหลังเป็นก้านเล็กบางเบา ซึ่งออกแบบโดยสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยฯ มงกุฏชิ้นแรกนั้นตัวเรือนทำด้วยเงิน ประดับด้วยเพชรเม็ดเล็กๆ กว่า 200 เม็ด โดยนางสาวไทยที่ได้ครองมงกุฎเพชรคนแรก คือ อาภัสรา หงสกุล และเป็นนางงามจักรวาลคนแรกของไทย

ประภัสสร พานิชกุล ( นางงามมิตรภาพ ในการประกวด Miss Queen of The Pacific พ.ศ.2510 )
Prapassorn Panichakul ( Miss Congeniality of Queen of The Pacific 1967 )

จนมาในปี พ.ศ.2509 ได้มีการออกแบบมงกุฎใหม่ โดยฝีมือของสถาปนิกหนุ่มใหญ่ บุรินทร์ วงศ์สงวน ที่ปัจจุบันก็ยังฝากผลงานออกแบบมงกุฎจนถึงปีล่าสุด ซึ่งได้กล่าวว่า "ในปี พ.ศ.2509 ผมได้ออกแบบมงกุฏนางสาวไทยเป็นปีแรก โดยยึดตามแบบก่อนหน้า คือ แบบเทียร่า แต่ด้านหน้าจะดูใหญ่กว่าเสียหน่อย จนมาเปลี่ยนเป็นรูปแบบคราวน์ คือ ครอบรอบศีรษะ ในปี พ.ศ.2511 ของแสงเดือน แม้นวงศ์ และ พ.ศ. 2512 ของ วารุณี แสงศิรินาวิน ต่อมาในปี พ.ศ.2514 มงกุฎของ นิภาภัทร สุดศิริ เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากมงกุฎแบบคราวน์แท้ๆ เมื่อ 2 ปีก่อนหน้านี้มีน้ำหนักมาก จึงได้ประยุกต์มงกุฎแบบคราวน์นี้ใหม่ โดยยังคงความสูงที่ตรงกลางด้านหน้า แต่ค่อยๆ ลดระดับจากด้านข้างลงมาถึงด้านหลัง เพื่อให้น้ำหนักเบาลง ผมคิดว่ามงกุฎเป็นสิ่งสำคัญอยู่คู่นางงาม เป็นสัญลักษณ์และเสริมให้ดูสวยสง่า จึงต้องทำให้สวยงามและสะดวกสบายผู้ใส่ด้วย และนับจากนั้นก็ยังคงใช้รูปแบบคราวน์ ที่ลดหลั่นไปด้านหลังแบบนี้ จวบจนปัจจุบัน" บุรินทร์กล่าว
จนกระทั่ง ในปี พ.ศ.2516 เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในเดือนตุลาคม จึงได้ระงับการประกวดไปจนถึง พ.ศ. 2526 และได้รื้อฟื้นการจัดประกวดนางสาวไทยขึ้นอีกครั้ง เพื่อคัดเลือกตัวแทนไปประกวดนางงามจักรวาลใน ยุคที่ 4 พ.ศ.2527- พ.ศ.2542 ยกเว้นปี 2539 ไม่มีการจัดประกวด เนื่องจากมีงานพระบรมศพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งในยุคนี้สถานีโทรทัศน์สีช่อง 7 ได้เข้ามาร่วมจัดการประกวด มงกุฎของบุรินทร์ วงศ์สงวน ยังคงได้รับความสนใจ ที่โดดเด่น ได้แก่ มงกุฏของภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ในปี พ.ศ.2531 ซึ่งเห็นได้ชัดเจนถึงมงกุฎที่เป็นแบบคราวน์ และลดหลั่นไปด้านหลัง หรือมงกุฎของ ยลดา รองหานาม นางสาวไทยในปี 2532 เป็นชิ้นที่กล่าวขานกันว่าสวยที่สุด ซึ่งปีต่อๆมา ก็ยังเพิ่มเติมด้วยไอเดียใหม่ๆ เรื่อยมา ให้ดูทันสมัย เช่น มงกุฎของ ภัสราภรณ์ ชัยมงคล นางสาวไทยปี พ.ศ.2533 ดูสวยแหวกแนว ด้วยรูปเส้นดาวกระจาย ไม่มีลายกนก แต่เป็นลายสมัยใหม่ใช้มาประกอบกัน หรือ มงกุฎของ จิระประภา เศวตนันทน์ นางสาวไทยปี พ.ศ.2534 ก็นับว่าเป็นแบบเพอร์เฟ็กท์ ฟอร์ม ที่สุด มีการใช้เพชรสีน้ำเงินสีของของวชิราวุธมาตกแต่ง เป็นมงกุฏที่ได้มาตรฐานของยุค ต่อมาใน ยุคที่ 5 พ.ศ.2543 - พ.ศ.2550 ยกเว้นปี พ.ศ. 2548 ซึ่งเป็นยุคที่สถานีโทรทัศน์ไอทีวีได้เข้ามาร่วมจัดการประกวด มงกุฎยุคนี้ยังเป็นแบบคราวน์ มีการปรับดีเทลเล็ก ๆ น้อย ๆ คือลวดลายภายในแตกต่างไปในแต่ละปี เช่น มงกุฎของ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางสาวไทยปี พ.ศ. 2543 มีลวดลายที่อ่อนช้อย ละเอียด คล้ายกับเถาไม้เลื้อย ต่อมาในปี 2544 มงกุฎของ สุจิรา อรุณพิพัฒน์ ได้พัฒนาต่อมาจากปีก่อน เพิ่มเพชรล้อมพลอยสีน้ำเงิน บนปลายมงกุฎ ร่วมกับลวดลายกระจัง มีความโดดเด่นและลงตัวที่สุด จนกลายเป็นต้นแบบของมงกุฎในยุคนี้




ซึ่งในบางปีจะมีการปรับ เปลี่ยนสีของอัญมณีที่ประดับบนหัวมงกุฎไปตามโอกาสพิเศษ เพื่อเป็นที่ระลึกในแต่ละปี เช่น มงกุฎของ สิรินทร์ยา สัตยาศัย นางสาวไทยปี พ.ศ.2547 เป็นสีฟ้าอ่อนเนื่องในวโรกาสเฉลิมฉลอง ครบ 72 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถ ส่วนมงกุฎของ ลลนา ก้องธรนินทร์ นางสาวไทยปี พ.ศ. 2549 เป็นสีเหลือง เนื่องในวโรกาส พระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เป็นต้น
ยุคปัจจุบัน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป เป็นยุคที่ อสมท หรือ สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ เข้ามาร่วมจัดการประกวด โดยมงกุฎของ พรรณประภา ยงค์ตระกูล นางสาวไทยปี พ.ศ.2551 ยังคงเป็นแบบคราวน์ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากมงกุฎของ วารุณี แสงศิรินาวิน นางสาวไทยปี พ.ศ.2512 ซึ่งเป็นมงกุฏลักษณะแบบคราวน์สวมครอบบนศีรษะ ผสมผสานกับมงกุฎของ สุจิรา อรุณพิพัฒน์ นางสาวไทยปี พ.ศ.2544 ที่มีฟอร์มสวย ผสานกับรูปกลีบบัว โดดเด่นที่จี้เพชรทรงหยดน้ำห้อยที่ยอดมงกุฎ เมื่อมีการเคลื่อนไหวเพชรทรงหยดน้ำจะสร้างมิติ เปล่งประกายระยิบระยับ เฉกเช่นประกายงามแห่งปัญญา ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ของการประกวดปีที่แล้ว
สำหรับมงกุฎนางสาวไทยปี พ.ศ.2552 นี้ ยังคงกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับปี 2551 เนื่องจากให้เกิดความสอดคล้อง ต่อเนื่อง และต้องการยึดเป็นต้นแบบเพื่อใช้สำหรับนางสาวไทยยุคใหม่ ที่ออกอากาศทางโมเดิร์นไนน์ ต่อไปในทุกๆ ปี การออกแบบผสมผสานจากแบบมงกุฎที่เป็นผลงานในอดีตของบุรินทร์ วงศ์สงวน ซึ่งยังคงรูปแบบคราวน์เอาไว้ ด้านหน้าเห็นเป็นยอดมงกุฎที่ลดหลั่นกันไป 3 ยอด ตัวเรือนทำด้วยเงินชุบทองคำขาว ประดับด้วยเพชรและมุกกว่า 1,000 เม็ด ส่องแสงระยิบระยับ มีตราเพชราวุธ ลงยาสีน้ำเงิน อันเป็นสีประจำสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ ล้อมด้วยเพชรเพิ่มความโดดเด่นตระการตา ส่วนตรงฐานมีลักษณะคล้ายกลีบบัว ซึ่งเป็นดอกไม้ที่สื่อถึงความบริสุทธิ์ และสง่างาม ประดับด้วยไพลิน รอบตัวมงกุฎ มีความสวยงามอย่างลงตัว โดยใช้เวลาทำประมาณ 3 เดือน
มงกุฎอันสง่างาม รางวัลสูงสุดแห่งเวทีนางสาวไทย กำลังรอสาวงามผู้เพียบพร้อมด้วย ความรู้ ความสามารถ จิตใจที่งดงาม มาครอบครอง... ร่วมลุ้น เป็นกำลังใจ ให้พวกเธอได้ในรอบตัดสิน วันที่ 28 ตุลาคม 2552 ณ โรงละครอักษรา ถนนรางน้ำ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดทางโมเดิร์นไนน์ ทีวี ในเวลา22.15 น. ของคืนเดียวกัน

โพสท์กระทู้โดย : เจ้าหญิง www.yenta4.com
    
กันยา เทียนสว่าง : Kanya Teinsawang               วณี เลาหเกียรติ : Wanee Laohakeit
    
วงเดือน ภูมิรัตน์ : Wongdern Bhumirat                มยุรี วิชัยวัฒนะ : Mayuree Wichaiwattana
    
พิสมัย โชติวุฒิ : Pissamai Chotiwut                   เรียม เพศยนาวิน : Riam Pessayanavin
    
สว่างจิต คฤหานนท์ Sawangjit Karuharnon          ลัดดา สุวรรณสุภา Ladda Suwansupa
    
อัมพร บุรารักษ์ : Amporn Burarak                     อุษณีย์ ทองเนื้อดUsanee Thongnurdee
    
ประชิตร ทองอุไร : Prachit Thong-urai               อนงค์ (อัชชวัฒนา) นาคะเกศ : Anong Atchawattana
    
สุชีลา ศรีสมบูรณ ์: Sucheela Srisomboon           2507: อภัสรา หงสกุล ( นางงามจักรวาล คนที่ 14
                                                                    พ.ศ. 2508 ) 1964: Apasara Hongsakula
                                                                   ( Miss Universe 1965 )

    
* จีรนันท์ เศวตนันท์ ( รองนางงามนางงามจักรวาล พ.ศ. 2509 ) : Jeeranan Sawaittanan
( 2nd runner-up Miss Universe 1966 )

* ประภัสสร พานิชกุล ( นางงามมิตรภาพ ในการประกวด Miss Queen of The Pacific พ.ศ.2510 )
Prapassorn Panichakul ( Miss Congeniality of Queen of The Pacific 1967 )

    
* อภันตรี ประยุทธเสนีย์ ( ชุดว่ายน้ำยอดเยี่ยม ในการประกวดมิสยูนิเวอร์ส พ.ศ 2511 )
Apantree Prayuttasenee ( Best in Swimsuit, Miss Universe 1968 )

* แสงเดือน แม้นวงศ์ ( แต่งกายชุดประจำชาติยอดเยี่ยม ในการประกวดมิสยูนิเวอร์ส พ.ศ. 2512 )
Sangdern Manwong ( Best National Costume of Miss universe 1969 )

    
* วารุณี แสงศิรินาวิน ( ตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมประกวด มิสยูนิ้วอร์ส ปี 2514
เนื่องจากวารุณี แสงศิรินาวินมีอายุไม่ครบตามที่กองประกวดกำหนดในปี 2513 )
Warunee Saengsirinavin ( Thailand's representative in Miss Universe 1970)

* นิภาภัทร สุดศิริ Nipapat Sudsiri
    
* กนกอร บุญมา Kanok-orn Bunma
* สาวิณี (ปัจฉิมสวัสดิ์) ปะการะนัง ( ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม และ รองอันดับ 1 มิสซิสเวิลด์ 2531)
Savinee Pakaranang ( 1st runner up Mrs.World 1988 and best national costume )

    
ธารทิพย์ พงษ์สุข Tarntip Pongsuk                     ทวีพร คลังพลอย Taweeporn Klungploy
    
ชุติมา นัยนา : Chutima Naiyana                        ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ( นางงามจักรวาล พ.ศ.2531)
                                                                    Porntip Nakhirunkanok ( Miss Universe 1988) 

    
* ภัสราภรณ์ ชัยมงคล ( ขวัญใจช่างภาพมิสยูนิเวอร์ส 2533 )
Patsaraporn Chaimongkol - ( Miss Photogenic of Miss Universe 1990 )

* จิรประภา เศวตนันท์ Jiraprapa Sawaittanan
    
* อรอนงค์ ปัญญาวงศ์ ( รองอันดับ 1 ชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม มิสยูนิเวอร์ส 2535 ณ ประเทศไทย )
Orn-anong Panyawong - ( 1st runner-up National Costume of Miss Universe 1992 )

* ฉัตรฑริกา อุบลศิร : Chattarika Ubonsiri
    
อารียา สิริโสภาAreeya Sirisopa                         ภาวดี วิเชียรรัตน์ Pavadee Wicheintrat
    
* 2539 ไม่มีการประกวด 1996: NO PAGEANT
รัชรา คำยา ตัวแทนสาวไทยเข้าร่วมการประกวดมิสยูนิเวอร์ส
( รองอันดับ 3 นางงามท่องเที่ยวนานาชาติ 2542 ณ ประเทศมาเลเซีย )
Niratchla Khamya Thailand's representative to Miss Universe 1996
( 3rd runner up Miss Tourism International 1999, Malasia )

* สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ Suangsuda Lawanprasert
     
ชลิดา เถาว์ชาลี Chalida Taochalee                   อภิสมัย ศรีรังสรรค์ Apisamai Srirangsan
    
ปนัดดา วงศ์ผู้ดี Panadda Wongpuudee              สุจิรา อรุณพิพัฒน์ Sujira Arunpipat
               
ปฏิพร สิทธิพงศ์ Patiporn Sittipong ( Noi )   น.ส.ชาลิสา บุญครองทรัพย์ (หมิง) Chalisa Boonkrongsap (Ming)
 
รินทร์ยา สัตยาศัย Sirinya Sattayasai

ที่มาจาก : http://picpost.mthai.com/
Continue Reading...

Tuesday, September 8, 2009

เมธี ดาราเสื้อแดงรัวหมัดใส่ ผอ.เลือกตั้งซ่อมสุราษฎร์ฯ

นาย เมธี อมรวุฒิกุล ต่อย นายอดิศราช
นาย เมธี อมรวุฒิกุล ต่อย นายอดิศราช

เมธี สาวหมัดใส่ ผอ.เลือกตั้งซ่อมที่สุราษฎร์ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่



เมธี ดาราเสื้อแดงต่อย ผอ.เลือกตั้งซ่อม เป็นอีกมุมกล้องครับ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 8 กันยายน เจ้าหน้าที่จากศูนย์เลือกตั้งซ่อมพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุราษฏร์ นำโดยนายอดิศราช ธรรมพิทักษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เลือกตั้งซ่อมสุราษฏร์ธานีเขต 1 พรรคเพื่อไทย ได้รวมตัวประท้วงทวงเงิน พรรคเพื่อไทยค้างที่ไว้กว่า 7 แสนบาท ที่หน้าพรรคเพื่อไทย

เป็นค่าสื่อโฆษณาหาเสียงเพราะก่อนหน้าพยายามทวงเงินผ่าน นางสาวสุนีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรคเพื่อไทย และ นายพร้อมพงษ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคมาแล้วหลายครั้งแต่ไม่ได้รับคำตอบ
นายอดิศราชได้พูดผ่านเครื่องขยายเสียง และ นำรถตู้มาจอดหน้าพรรคพร้อมมีแผ่นป้ายว่า แพ้แล้วหนี้ไม่จ่าย ระหว่างที่นายอดิศราชพูดอยู่นั้น นาย เมธี อมรวุฒิกุล ดารานักแสดงนักแสดงที่มาร่วมกิจกรรมกับพรรคเพื่อไทย ได้ตรงเข้ามาประชิดตัวนายอดิศราช
พร้อมผลักและกล่าวว่า ใครจ้างมึงมา มาพูดทำไม จากนั้นได้กระชากดไมค์และต่อยหน้านายอดิศราชหลายครั้ง ท่ามกลางการตกตะลึงของสื่อ ปรากฏว่านายอดิศราชเลือดไหลที่บริเวณศีรษะ และแขนมีร่องรอยการถูกทำร้าย ทำให้กลุ่มนายอดิศราชรีบไปแจ้งความ
ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก มติชนออนไลน์
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
http://news.mthai.com/
Continue Reading...

Friday, August 14, 2009

ไข่มุก คว้าที่ 3 ชุดประจำชาติยอดเยี่ยม - ปานามา ชนะเลิศ

Miss Universe 2009
มิสปานามา ผู้ชนะเลิศการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสนิคารากัว รองชนะเลิศการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009

Miss Universe 2009
มิสไทยแลนด์ คว้ารางวัลที่ 3 ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


แปลและเรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          ประกาศ ผลเรียบร้อยแล้ว สำหรับการประกวด ชุดแต่งกายประจำชาติยอดเยี่ยม (Best National Costume) จากเวที Miss Universe 2009 ที่เกาะพาราไดซ์ ประเทศบาฮามาส ซึ่งเป็นหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน มหาสมุทรแอตแลนติก

          โดยผู้ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009 ได้แก่ นางงามจากประเทศปานามา ส่วนรองชนะเลิศ ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009 ได้แก่ นางงามจากประเทศนิคารากัว ขณะที่ น้องไข่มุก น.ส.ชุติมา ดุรงค์เดช มิสไทยแลนด์ยูนิเวิร์สประจำปี 2552 คว้ารางวัลที่ 3  ในชื่อชุด "ญ.งามท้องถิ่นสุวรรณภูมิ"

          สำหรับชุดประจำชาติของไทย เป็นผลงานของ นายธัชกร ตั้งธนกรกิจ และมอบหมายให้ห้องเสื้อโนริโกะเป็นผู้ตัดเย็บ นอกจากนี้ยังประสานห้องเสื้ออมอเร่ ออกแบบและตัดเย็บชุดราตรี

          ทั้งนี้ การประกวด Miss Universe 2009 ครั้งที่ 58 มีสาวงามจาก 84 ประเทศ และเขตการปกครอง เข้าร่วมการประกวด และจะมีการประกาศรางวัล Miss Universe 2009  ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2552 ณ ห้องอิมพีเรียล บอลรูม โรงแรมแอตแลนติส พาราไดซ์ ไอแลนด์ รีสอร์ท เมืองนาสโซ หมู่เกาะบาฮามาส

         
ส่วนชุดที่ได้รางวัลไป เป็นอย่างไร เชิญชมกันได้เลยค่า.....


มิสเวเนซูเอลา ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสสเปน ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสรัสเซีย ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสอินเดีย ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสเจแปน ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสคอสตาริกา ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสบาฮามาส ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสไชน่า ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสอียิปต์ ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสโดมินิกัน รีพับลิค ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสเอกวาดอร์ ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009


มิสฟรานซ์ ในการประกวด ชุดประจำชาติ Miss Universe 2009






ขอขอบคุณข้อมูลจาก
 globalbeauties.com
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก globalbeauties.com

ที่มา:http://women.kapook.com/view2842.html
Continue Reading...
 

sanookde Copyright © 2009 Girlymagz is Designed by Bie Girl Vector by Ipietoon